ชายาเอกของท่านแม่ทัพ
ชายาเอกของท่านแม่ทัพ

แบบตัวอักษร
ตัวอักษร 1 ตัวอักษร 2
สีพื้นหลัง
Aa Aa Aa Aa
ขนาดตัวอักษร
Aa+ Aa-

บทที่ 39 จดหมายเชิญร่วมงานประชุมนักกวี


บทที่ 39 จดหมายเชิญร่วมงานประชุมนักกวี


หลังจากทำเค้กเวอร์ชั่นง่าย ๆ เสร็จ ทุกคนก็แบ่งกันชิมคนละนิด


"อืม นุ่มจังเลย"


"ถึงจะนุ่ม แต่ก็หอมหวาน..."


ท่ามกลางคำชมสองสามประโยค ซูซีหัววางชามลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย อร่อยก็จริง แต่มันดูแปลก ๆ ยังไงชอบกล เพราะนางเคยกินเค้กวันเกิดของจริงมาก่อน


สาวใช้ชิมไปสองสามคำแล้วขมวดคิ้ว "ไข่ขาวที่ทาด้านบนนี่ มันชวนให้รู้สึกแปลก ๆ ในปากจังเลยเจ้าค่ะ"


ซูซีหัวมองนางด้วยความประหลาดใจ เพราะสาวใช้ คนนี้มีฝีมือทำอาหารดีเยี่ยม จึงถามเบา ๆ "เจ้าคิดว่ามันผิดปกติตรงไหน?"


"ไข่ขาวนุ่มมาก แต่ข้างล่างนี่..."


"แป้งเค้ก" ซูซีหัว บอกชื่อให้นาง


ซวนเจี่ยวพูดต่อทันที "แป้งเค้กนี่ก็นุ่มเหมือนกัน พอเอามารวมกันมันเลยไม่ค่อยดี"


แน่นอนว่ามันไม่ดีอยู่แล้ว แป้งเค้กที่นางเคยกินถึงแม้จะนุ่ม แต่มันผ่านการอบมา


คิดได้เช่นนั้น ซูซีหัวก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เจ้าคิดว่า พวกเราจะปรับเปลี่ยนแป้งเค้กนี่ได้ไหม?"


"ปรับยังไงหรือเจ้าคะ?" ซวนเจี่ยวถามโดยไม่ทันคิด


"ลองเอาไปย่างกับไฟดูไหม?"


ซูซีหัวคิดว่าตัวเองคงทำเตาอบไม่ได้ ดังนั้นเวลาพูดประโยคนี้ น้ำเสียงจึงดูลอย ๆ อย่างประหลาด ใช้ไฟย่างได้หรือเปล่านะ?


อีกฝั่งหนึ่งที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ได้ยินบทสนทนาของพวกนาง จึงรีบเดินเข้ามาหา


อิงเถาถาม "คิดจะทำเหมือนการย่างซาวปิ่งหรือเจ้าคะ?"


"ย่างซาวปิ่ง?" ซูซีหัว ชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจนึกถึงเตาสำหรับย่างซาวปิ่ง มุมปากกระตุกขึ้นมาทันที "สิ่งที่ย่างออกมานั้น..."


ไม่ใช่!


แป้งซาวปิ่งนั้นข้างในนุ่ม หากเอามาทำเป็นแป้งเค้กก็ไม่เลวนัก


ด้านข้าง ซวนเจี่ยวก็คิดถึงประเด็นนี้เช่นกัน จึงพูดขึ้นมาพร้อมกั ซูซีหัว "ลองดูก็ได้นะเจ้าคะ"


ทั้งสองสบตากัน บอกว่าจะลองก็ต้องไปหาเตา


"แต่จะไปหาเตาที่ไหนล่ะ?" อิงเถาถามด้วยความสงสัย


ซวนเจี่ยวกล่าว "ยืมก็ได้ แต่ถ้าซื้อมาได้ก็ดีที่สุด"


ซูซีหัวพยักหน้า "ใช่"


ทั้งสองพูดอย่างสบายใจ แต่ด้านข้าง เฟิ่งหลีกลับหายใจเข้าลึก ๆ กดขมับที่กระตุก ผลลัพธ์ยังไม่ออกมาก็จะซื้อแล้ว...


ไม่เป็นไร พวกนางทำเพื่อหาเงิน เพื่อหาเงิน!


ทวนประโยคนี้ในใจสองสามครั้ง เฟิ่งหลีฝืนยิ้มแข็ง ๆ พูดขึ้นมา "ไม่ต้องยืมหรือซื้อหรอกเจ้าค่ะ ด้านหลังแผงของพวกเรายังมีถนนอีกแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีคุณลุงคนหนึ่งทำซาวปิ่ง ทำเสร็จแล้วเอาไปให้คุณลุงช่วยย่างหน่อย รอจนกว่าจะได้ผลลัพธ์แล้วค่อยคิดเรื่องอื่น ๆ"


ซูซีหัวและซวนเจี่ยวมองหน้ากัน รู้สึกอย่างประหลาดใจว่ารอยยิ้มของเฟิ่งหลีดูน่ากลัวอยู่บ้าง


ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น ทั้งสองก็ยังพยักหน้าเห็นด้วย


หนึ่งก้านธูปต่อมา เฟิ่งหลีและซวนเจี่ยวนำแป้งที่ทำเสร็จแล้วออกไป


ซูซีหัวมองไปรอบ ๆ ห้องครัว สายตาหยุดอยู่ที่ไข่ขาวบนเตาไฟ การตีไข่ขาวเป็นงานที่ใช้แรงมาก ประเด็นสำคัญคือไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย


ทำไมนางไม่ลองทำเครื่องตีรวนขึ้นมาเองดูล่ะ?


เมื่อความคิดผุดขึ้นมา ซูซีหัวจึงให้ลี่จือและอิงเถาจัดการห้องครัว แล้ววิ่งกลับไปที่ห้องเพื่อวาดรูปเครื่องตีแบบใช้มือหมุน


เมื่อเฟิ่งหลีและซวนเจี่ยวนำแม่พิมพ์ที่อบเสร็จแล้วกลับมา ก็เห็นเครื่องตีแบบใช้มือหมุนที่ซูซีหัววางไว้ตรงหน้านาง


"คุณหนู นี่คือ..."


"สิ่งที่ใช้ตีไข่ขาว เจ้าเอาไปถามดูว่าทำออกมาได้หรือไม่ ถ้าได้ก็สั่งทำห้าอัน"


เฟิ่งหลีถึงกับผงะไป


สิ่งที่ดูเหมือนโครงโคมไฟนี่จะตีไข่ขาวได้จริงหรือ?


นางกระตุกมุมปากเล็กน้อย ไม่มีเวลาแม้แต่จะแบ่งปันความยินดี นางหยิบภาพวาดแล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที "ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ"


เมื่อนางเดินออกไป ซวนเจี่ยวก็รีบนำแป้งเค้กที่ทำใหม่มาวางตรงหน้าซูซีหัวทันที "คุณหนู ย่างได้เจ้าค่ะ แต่ความหนานี่สิ ต้องย่างนานพอสมควร"


ซูซีหัวรับมา ฉีกพื้นผิวออกทันที แล้วใช้นิ้วจิ้มตรงกลาง "ใช่แล้ว ความหนาสามารถลดลงได้ ไม่เป็นไรหรอก เอาแผ่นบาง ๆ มาซ้อนกันแล้วทาครีมก็ได้"


"ครีม?"


ซูซีหัวเงยหน้าขึ้น "ใช่ ไข่ขาวที่ตีเสร็จแล้วนั่นแหละ เรียกว่าครีม เจ้าคิดว่ามันไม่ดีหรือ?"


ซวนเจี่ยวเอียงหัวคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าชื่อนี้ค่อนข้างเห็นภาพ จึงพยักหน้าทันที "ชื่อนี้ดีมากเจ้าค่ะ"


ถือเค้กที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ทั้งสองวิ่งไปที่ครัว หลังจากทาครีมแล้วก็ลองชิม ในที่สุดซูซีหัวก็พยักหน้า


"อันนี้ถือว่าไม่เลวนะ"


ซวนเจี่ยวโล่งใจอย่างลับ ๆ แล้วหันไปมองเค้กที่นึ่งไว้ก่อนหน้านี้ "คุณหนู อันนั้นเอาไปขายแยกได้ไหม?"


ซูซีหัวชายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดตอบ "ขายได้ แต่พวกเราต้องใส่ของบางอย่างลงไปด้วย"


"ใส่อะไรหรือเจ้าคะ?"


"นม แล้วก็น้ำตาล อ้อใช่ เค้กที่พวกเราทำอยู่นี่ ต่อไปก็ต้องใส่ของลงไปด้วย"


ในเมื่อเป็นของหวาน ก็ต้องหวานอยู่แล้ว ถ้าใส่นมลงไปด้วยก็จะได้ชื่อว่าเป็นของบำรุงร่างกาย


ซวนเจี่ยวมองคุณหนูของนางที่พูดอะไรออกมาเรื่อยเปื่อย แล้วก็ลงมือทำอย่างเงียบ ๆ คุณหนูออกความคิด นางก็แค่ต้องทำให้ได้


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงยามเย็น เพราะยุ่งอยู่กับของหวานใหม่ ใครก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องออกร้าน


ในเวลาเดียวกันนั้น ซูซีหัวก็ครุ่นคิดเรื่องการกลั่นน้ำตาลทราย ระหว่างน้ำตาลแดงกับน้ำตาลทรายแดง อันไหนจะราคาถูกกว่ากัน


เวลาผ่านไปอย่างวุ่นวาย ทุกคนยุ่งอยู่กับร้านใหม่ ขณะเดียวกันก็ยุ่งกับการออกร้าน เห็นได้ชัดว่าแบ่งเวลาไม่ได้ ซูซีหัวจึงไปหา ฮูหยินใหญ่ในตอนกลางคืน


"เจ้าหมายความว่า เจ้าเช่าร้านมาหลังหนึ่งงั้นหรือ?"


ฮูหยินใหญ่แสดงสีหน้าประหลาดใจ นางรู้ว่าซูซีหัวมีความสามารถ แต่จะเปิดร้านเร็วขนาดนี้ มันจะเร่งรีบเกินไปหรือไม่


คิดแบบนี้แล้ว ฮูหยินใหญ่ก็พูดออกมา


ซูซีหัวยิ้มน้อย ๆ "ไม่ถือว่าเร่งรีบหรอกเจ้าค่ะ นี่เป็นผลลัพธ์หลังจากที่ข้าคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว"


ฮูหยินใหญ่หันตามองเล็กน้อย นึกถึงเซียวฝาน แล้วก็ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องนี้ จึงหันไปถามต่อ "วันนี้เจ้ามาหาข้า คงไม่ใช่เพราะเรื่องนี้กระมัง?"


เด็กสาวผงกศีรษะ บอกตรง ๆ ว่านางมาเพื่อหาคนมารับช่วงแผงขายของ


"ต่อไปข้าจะไปดูแลร้านค้า ปล่อยแผงขายของทิ้งไว้ก็เสียของ จึงอยากถามว่าในจวนมีใครอยากรับช่วงต่อบ้างไหมเจ้าค่ะ"


ช่วงนี้พี่สาวในจวนไม่ค่อยโผล่หน้ามาเลย ซูซีหัวยุ่งจนไม่มีเวลาไปหา จึงต้องมาถามฮูหยินใหญ่


ฮูหยินใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ของที่เจ้าขายที่ร้าน..."


"แตกต่างจากของที่ขายที่แผงโดยสิ้นเชิง" ซูซีหัวเน้นคำสุดท้าย จ้องมองไปที่ฮูหยินใหญ่ "ท่านจะจัดคนมารับช่วงต่อได้ไหมเจ้าคะ?"


ในเรื่องนี้ ฮูหยินใหญ่รู้สึกลำบากใจ


"โดยหลักแล้ว เจ้าเต็มใจยกแผงขายของให้ก็ดีอยู่ แต่คนที่จะรับช่วงต่อได้..." นางหยุดพูด นึกถึงสภาพของตระกูลซูในตอนนี้ ก้มหน้าถอนหายใจ


ซูซีหัวสังเกตเห็น เข้าใจความหมายของฮูหยินใหญ่ แต่นางมาที่นี่ก็เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ จะปล่อยให้เรื่องผ่านไปง่าย ๆ ได้อย่างไร


"ฮูหยินใหญ่ งั้นทำแบบนี้ดีไหม ท่านส่งคนไปบอกให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถงตอนเช้า แล้วพวกเราค่อยถามทีละคน คิดว่าอย่างไรเจ้าคะ?"


ฮูหยินใหญ่ตกลงตามนั้น แต่ก็ยังแนะนำซูซีหัวว่าอย่าคาดหวังมากนัก "ยังไงก็ยากอยู่ดี"


"ข้ารู้ดี ฮูหยินใหญ่ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ"


เพราะซูซีหัวยืนกราน ฮูหยินใหญ่จึงส่งคนไปแจ้งตามห้องต่าง ๆ


เมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจแล้ว ซูซีหัวจึงกลับไปที่ห้อง พลันเมื่อนั่งลงก็เห็นลี่จือถือของบางอย่างเดินเข้ามา


"เจ้าถืออะไรมาน่ะ?"


ลี่จือสีหน้าแปลกประหลาด "นี่คือจดหมายเชิญงานประชุมกวีเจ้าค่ะ"


"อะไรนะ?" ซูซีหัวตกใจ "เจ้าว่าอะไรนะ?"


"นี่คือจดหมายเชิญงานประชุมกวี จัดปีละครั้ง ในช่วงปลายเดือนมีนาคมเจ้าค่ะ"


ตอนนี้ก็เป็นช่วงกลางเดือนมีนาคมแล้ว ห่างจากสิ้นเดือนก็ราวสิบกว่าวัน


คำเน้นย้ำของลี่จือทำให้มุมปากของซูซีหัวกระตุก หลายวันมานี้นางยุ่งจนลืมไปว่ายังมีงานประชุมกวีอยู่


เผชิญหน้ากับจดหมายเชิญ ซูซีหัวนึกถึงข้อตกลงการพนันกับเซียวฝาน หลังจากรับจดหมายเชิญมา นางก็ฉีกทิ้งทันทีโดยไม่พูดอะไร



0 ความคิดเห็น

Enjoybook
ที่อยู่ : 4/12 ม.5 ซ.ไสวประชาราษฏร์25 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
เวลาทำการ : 09.00-18.00 น. จันทร์-ศุกร์

Fatal error: Cannot redeclare utf8_strrev() (previously declared in /www/wwwroot/img.enjoybook.co/autoload.php:6) in /www/wwwroot/img.enjoybook.co/autoload.php on line 6